8 คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนเตรียมงานแต่ง แล้วจะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

เตรียมงานแต่ง

แน่นอนว่าทุกวงการก็มักจะมีคำศัพท์เฉพาะทางหรือคำศัพท์แปลกๆ ที่เรียกกันในธุรกิจประเภทนั้น วงการงานแต่งงานก็เป็นอีกหนึ่งวงการ ที่มีคำศัพท์เฉพาะทาง หรือคำศัพท์ที่มักจะเรียกกันในหมู่คนทำงานแต่งงาน ดังนั้นก่อนที่คุณจะลงมือเตรียมงานแต่ง หรือ อยู่ในระหว่างเตรียมงาน Marymatter อยากพาคุณไปรู้จักศัพท์ต่างๆเกี่ยวกับการแต่งงาน เพื่อที่เมื่อคุณเข้าสู่วงจรเตรียมงานแต่งงาน คุณจำเป็นจะต้องประสานงานกับเซลส์โรงแรมหรือออกาไนเซอร์ ถ้าคุณไม่อยากคิ้วขมวด เราอยากแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้ดู !

หมวดโรงแรม-สถานที่

1. Minimum Spending

จะเป็นคำที่คุณจะได้เห็นและได้ยินบ่อยในช่วงการหาโรงแรมหรือสถานที่ หมายถึงค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่ทางโรงแรมกำหนดว่าหากต้องการใช้สถานที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่ากี่บาท โดยโรงแรมแต่ละที่ก็จะมี Minimum Spending ไม่เท่ากัน โดยสามารถรวมได้ตั้งแต่ค่าแพคเกจ ค่าเครื่องดื่ม ค่าซุ้มอาหาร ค่า Bring-in เป็นต้น

โดยวิธีการคำนวณว่าจะใช้ถึง Minimum Spending หรือไม่แบบคร่าวๆ เช่น เอาค่าอาหารต่อหัว คูณ จำนวนแขกคร่าวๆ (อ่านวิธีการเตรียมงานแต่งและการคำนวณแขก ได้ที่นี่) จะได้ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ เป็นต้น

2. Bring-in

Bring-in คือ ค่าใช้จ่ายที่ทางสถานที่เรียกเก็บเพิ่มเนื่องจากมีการนำเข้าสิ่งของหรือโครงสร้างที่ไม่ใช่บริการของทางสถานที่เอง โดยค่า Bring-in สามารถแยกออกเป็น 2 ประเภทคร่าวๆ ได้แก่

2.1 Bring-In Decoration

หมายถึงค่าใช้จ่ายเมื่อนำร้านตกแต่งสถานที่จากข้างนอกมาจัดในงาน ได้แก่ ซุ้มดอกไม้ หรือBackdrop ซึ่งค่า Bring-in แต่ละโรงแรมหรือสถานที่จัดงานก็จะคิดเรตไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ หลักพันจนถึงหลักหมื่นโดยประมาณ ซึ่งหากไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจจะลองดูในส่วนของแพคเกจและแบบที่ทางสถานที่เสนอมา ทั้งนี้บางสถานที่ก็อาจจะมี Vendor ที่เป็นพันธมิตร หากใช้ Vendor ที่ทางสถานที่กำหนดก็อาจจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนค่า Bring-in นี้

2.2 Bring-In Food Stall

หมายถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มในกรณีที่มีการนำซุ้มอาหารต่างๆภายนอกเข้ามาจัดในงาน โดยคนที่เลือกจัดงานประเภทคอกเทล ในแพคเกจปกติมักจะเป็นอาหารทานเล่นคำเล็กๆ ได้แก่คานาเป้ หรือพวกฟิงเกอร์ฟู้ดต่างๆ

  • คานาเป้ (Canapé) คือ ขนมปังที่หั่นเป็นทรงต่างๆชิ้นเล็กๆ หรือพวกพัฟต่างๆที่นำมาตกแต่งหน้าด้วยของคาวเป็นชั้นๆ ที่มักได้เห็นบ่อยได้แก่ ปลา แซลมอน ชีส คาเวียร์ ฟัวกราส์ หรือผักต่างๆ เป็นต้น
คานาเป้ คือ
  • ฟิงเกอร์ฟู้ด (Finger food) คือ อาหารประเภทที่ใช้มือหยิบทานได้ เช่นแฮมเบอร์เกอร์ไซส์มินิ หมูสะเต๊ะ ขนมปังหน้าหมู ปอเปี๊ยะ เป็นต้น
อาหารงานแต่ง

ซึ่งอาหารจำพวกทานเล่นที่อยู่ในแพคเกจ อาจจะไม่เพียงพอต่อความอิ่มท้องของผู้ร่วมงาน ดังนั้นเจ้าบ่าว-เจ้าสาวหลายๆ คนจึงต้องการที่เพิ่มในส่วนของซุ้มอาหารทั้งของคาวและของหวานให้มีปริมาณและความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งทางสถานที่หรือโรงแรมที่จัดงานจะมีบริการเพิ่มเติมในส่วนของซุ้มอาหารไว้บริการสำหรับเจ้าบ่าว-เจ้าสาวอยู่แล้ว แต่หากเจ้าบ่าว-เจ้าสาวมีร้านอาหารในใจ หรือร้านดังที่อยากนำมาจัดซุ้มในงาน ก็อาจจะต้องเสียค่าบริการนำเข้าซุ้มอาหารเข้ามา โดยค่าบริการนั้นจะคิดเป็นต่อซุ้ม เช่นถ้าคุณนำอาหารญี่ปุ่น และ ร้านข้าวหมูกรอบมา ก็จะคิดเป็น 2 ซุ้ม เป็นต้น

(ข้อแนะนำเพิ่มเติม ในกรณีที่งานของคุณมีผู้ร่วมงานค่อนข้างมาก การเสียค่า Bring-in แล้วนำร้านข้างนอกที่เป็นประเภทอาหารที่มีราคาสูงเข้ามาก็อาจจะคุ้มกว่าการใช้บริการของทางโรงแรมแล้วไม่ต้องจ่ายค่า Bring-in )

ตัวอย่าง: ซุ้มซูชิของทางโรงแรม 100 หัว ราคา 35,000 บาท หากคุณมีแขกประมาณ 400 หัว จะตกอยู่ที่ 140,000 บาท (35,000×4) แต่หากคุณนำซุ้มข้างนอกเข้ามาราคา 100 หัว ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท ดังนั้นถ้าแขกประมาณ 400 หัว จะตกอยู่ที่ 80,000 บาท (20,000×4) รวมค่า Bring-in อีก 20,000 บาท ทั้งหมดเป็น 100,000 บาท เท่ากับคุณจะสามารถประหยัดไปได้ 40,000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้อาจจะลองพิจารณาเป็นเคสต่อเคส ว่างานของคุณอย่างไหนเหมาะที่สุด

สรุปแล้วในส่วนของค่า Bring-in ต่างๆ นั้นไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายที่มีในทุกสถานที่จัดงาน คุณอาจจะลองสอบถามและเชคกับทางสถานที่ก่อนว่ามีใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวหรือไม่ เพื่อใช้ในการประกอบการพิจารณาในการเลือกสถานที่จัดงาน

3. Free flow

หลายๆคนอาจเคยได้ยินคำว่า free flow กันมาบ้างเวลาไปกินบุฟเฟต์ของโรงแรม ซึ่งสำหรับในงานแต่งงานก็เช่นเดียวกัน นั้นหมายถึงการเหมาจ่ายค่าเครื่องดื่มเป็นรายหัวของผู้ร่วมงาน โดยจะอ้างอิงจำนวนผู้ร่วมงานที่เราแจ้งไว้กับทางสถานที่ แต่หากจำนวนผู้ร่วมงานมากกว่าที่แจ้งไว้ ทางสถานที่จะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นรายหัว (อาจเกินได้ประมาณ 10% หรือยืดหยุ่นได้เล็กน้อย) โดยประเภทของเครื่องดื่มที่รวมอยู่ใน Free flow ได้แก่ Soft drink, โซดา เป็นต้น

4. Corkage charge

คือค่าเปิดขวด หากมีการนำเอาแอลกอฮอล์เข้ามาในงาน หรือบางที่อาจจะมี Free Corkage สำหรับเครื่องดื่มบางประเภท เช่น เหล้า หรือวิสกี้ อาจไม่ต้องเสียค่าเปิดขวด (แต่จะมีเงื่อนไขบางอย่าง เช่นจะต้องสั่งเบียร์กับทางโรงแรม) หรือที่หลายๆ คนชอบพูดว่า waive ค่าเปิดขวดนั้นเอง ทั้งนี้ต้องลองสอบถามเซลส์ของทางโรงแรม เนื่องจากแต่ละที่มีนโยบายที่ไม่เหมือนกัน

หมวดพิธี

5. Wedding Reception

งานแต่งงานจะมีพิธีหลากหลายช่วง โดยถ้าหมายถึงช่วงงานฉลองมงคลสมรส หรือเวลาที่เรามักไปงานแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะจีน หรือคอกเทล ช่วงนั้นจะเรียกว่า “Wedding Reception” โดยจะอยู่ในช่วงระยะเวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมงโดยประมาณ

6. Toast

toast คือ

Toast นอกจากแปลว่าขนมปังแล้ว ยังหมายถึงอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับพิธีมงคลต่างๆ ได้ด้วย นั้นก็คือการดื่มอวยพรให้เจ้าของงานนั้นเอง หากยังนึกไม่ออก ลองนึกภาพพิธีฉลองแต่งงานในหนังฝรั่ง จะมีฉากที่เพื่อนเจ้าบ่าว หรือเพื่อนเจ้าสาวถือแก้วไวน์แล้วเคาะแก้ว อาจจะมีการกล่าวแนะนำตัวสักเล็กน้อยว่าคือใครเป็นอะไรกับเจ้าของงาน จากนั้นก็จะกล่าวคำอวยพรแก่เจ้าบ่าว เจ้าสาว พร้อมทั้งยกแก้วไวน์และเชิญชวนผู้ร่วมงานดื่มฉลองแก่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวนั้นเอง

หมวดจิปาถะ

7. RSVP

RSVP ย่อมาจาก “Répondez s’il vous plaît” (ออกเสียงว่า”เรปงเด้ ซิลวูเปล”) แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Please reply หรือกรุณาตอบกลับด้วย ซึ่งจริงๆ ในต่างประเทศจะใช้กับงานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อเชคจำนวนแขกที่จะมาร่วมงาน โดยในเมืองไทยก็มีการนำเข้ามาใช้กับการจัดงานแต่งงาน ซึ่งการ์ด RSVP นี้จะแนบไปกับการ์ดแต่งงานในซองเดียวกัน โดยจะให้แขกกรอกข้อมูลในการ์ด RSVP เช่น จะมาร่วมงานหรือไม่ จำนวนคน เมนูอาหารให้เลือก เป็นต้น พร้อมทั้งระบุวันที่ให้ส่งกลับหาเจ้าภาพ เพื่อให้เจ้าภาพสามารถนำข้อมูลมาจัดเตรียมงานต่อได้

8. Cinematography

คือ การถ่ายวีดีโอแล้วนำช่วงพิเศษๆ คัดออกมาประมาณ 5 นาที พร้อมทั้งใส่เสียง ใส่เอฟเฟกต์ลงไป (ไม่ใช่การถ่ายวีดีโอแบบยาวทั้งงาน) หลายๆ คู่ นิยมที่จะนำช่วงงานเช้ามาเปิดในงานเย็นให้คนที่ไม่ได้มาร่วมงานเช้าได้รับชมภาพบรรยากาศ หรือจะภาพงานเย็นเป็นคลิปเพื่อเก็บไว้ดูเป็นที่ระลึกก็ได้

สรุป

จบไปแล้วกับการได้เรียนรู้คำศัพท์ต่างๆที่เกี่ยวกับการแต่งงาน ที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ เมื่อคุณเข้าสู่ช่วงวางแผนการแต่งงาน เมื่อคุณได้ยินคำเหล่านี้ก็ไม่ต้องขมวดคิ้วอีกแล้ว อีกทั้งยังทำให้เข้าใจว่าคนที่เราประสานงานมากขึ้นด้วยว่าเขาหมายถึงอะไร สุดท้ายนี้อย่าลืมมาอัพเดตบทความเกี่ยวกับงานแต่งงานกับ Marrymatter นะ รับรองว่าเราจะคัดแต่บทความดีๆ มาให้คุณติดตามอีกเช่นเคย 🙂

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top