จัดงานแต่งงานอย่างมือโปร ด้วยเครื่องมือออนไลน์

เตรียมงานแต่งเอง

แน่นอนว่าสำหรับทุกคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการแต่งงาน หากจะต้องเตรียมจัดงานแต่งงาน จะเกิดคำถามขึ้นมาว่าการจัดงานแต่งงานต้องเริ่มยังไง ทำอย่างไรบ้างนะ ไหนจะต้องทำงานประจำไปด้วย กลับมาต้องเจียดเวลามาเตรียมงานแต่งไปด้วย บางคนอาจจะเรียนไปด้วยอีกต่างหาก เห้อ!

เอาเป็นว่า Marrymatter เข้าใจดีว่ามันจะเหนื่อยขนาดไหน ดังนั้นวันนี้ Marrymatter จะมาแนะนำเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ ที่จะทำให้ ว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว สามารถวางแผน สื่อสาร ประสานงาน ติดตามงาน ในการจัดงานแต่งได้อย่างสบาย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ

อ่านมาถึงตรงนี้ ว่าที่เจ้าสาวบางคนอาจจะเริ่มกลัว เพราะชื่อหัวข้อบอกว่าเป็น “เครื่องมือออนไลน์” แต่คุณไม่ใช่สายเทคโนโลยีเลยนี่ มันจะยากมั้ยนะ?

Marrymatter ขอรับรองว่าเครื่องมือที่คัดมาให้นั้น มีแต่เครื่องมือที่คิดว่าเป็นประโยชน์แก่ว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวทุกคน รวมทั้งยังสามารถใช้งานได้จริง บางตัวอาจจะใช้เวลาเรียนรู้เล็กน้อย แต่รับรองว่าใช้แล้ว จะทำให้คุณประหยัดเวลาในการวางแผน และช่วยในการจัดงานแต่งงานของคุณได้ง่ายกว่าที่คุณกลัวแน่นอน

อย่าลืมว่าการจัดงานแต่งงานไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีตัวช่วยที่ดี  ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย 🙂

1. Asana

การจัดงานแต่งงานเป็นงานที่มีอะไรให้ทำมากมาย ไม่ว่าเป็นการจองสถานที่ การหาวางดนตรี หาช่างแต่งหน้า หรือ จะต้องหาช่างถ่ายภาพที่ถูกใจ เป็นต้น ทุกอย่างล้วนจะต้องมีการวางแผน หารายละเอียด เพื่อนำมาเปรียบเทียบ ว่าราคาเท่าใด จะเลือกใครดี ดังนั้นมันจะง่ายมากหากคุณมีตัวช่วยอย่าง Asana ซึ่งช่วยวางแผนงาน อัพเดตสถานะของงาน รวมถึงยังติดตามงานได้อีกด้วย

ป.ล. หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้ หรือเคยใช้กับการทำงานมาบ้าง แต่จริงแล้วเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานแต่งงานเราได้ด้วย

ข้อดี

  • สามารถสร้าง Project ขึ้นมาแล้วใส่คนที่คุณต้องการให้เข้ามาใน Project นี้ เช่น Project “แต่งงาน” อาจจะ Invite แค่แฟนของคุณ หรือ อาจจะสร้าง Project “Bridesmaid” ขึ้นมา แล้ว Invite บรรดาเพื่อนสาวของคุณ เพื่อแจกแจงหน้าที่และรายละเอียดของงานก็ได้
  • สามารถสร้าง Task ขึ้นมาว่าเราจะทำอะไรบ้าง เช่น หาช่างถ่ายภาพ, หาช่างแต่งหน้า ยิ่งไปกว่านั้นคือสามารถกำหนด due date ของงาน และแบ่งงานกันว่าในดูแล Task ไหน
  • สามารถเปลี่ยนสถานะของ Task ต่างๆ โดยการลากกล่อง Task ไปยังสถานะต่างๆ ที่เรากำหนด เช่น ไอเดีย กำลังหาข้อมูล/ติดต่อแล้ว/ สำเร็จ เป็นต้น
  • สามารถแนบไฟล์จากคอมพิวเตอร์, Dropbox, Box, OneDrive หรือ Google Drive ใน Task ได้เพื่อเป็น reference/note
  • สามารถดูปฏิทิน เพื่อจะได้เห็นภาพและทราบถึงกำหนดการของงานโดยรวม

ตัวอย่างการใช้ Asana สำหรับการวางแผน จัดงานแต่งงาน

เช่น กรณีเราต้องการเลือกสถานที่

  1. เราอาจจะมีสถานที่ในใจมากมาย เราก็ลิสต์ขึ้นมาในช่อง Hotel List (เราสามาถสร้างชื่อและจำนวนคอลัมน์ ได้เองเพื่อให้เหมาะกับงานที่เรากำลังจะทำ) แล้วกดเครื่องหมาย+ เพื่อใส่ชื่อสถานที่ที่เราต้องการ หลังจากได้ List มาแล้ว เราสามารถแบ่งหน้าที่กับแฟนในการหาข้อมูล เช่น ให้แฟนหาข้อมูลโรงแรม D ก็กดในการ์ดโรงแรม D แล้ว assign ไปที่ชื่อของแฟน นอกจากนี้ยังสามารถกำหนด Sub task ได้ในแต่ละการ์ด พร้อมกำหนด due date ได้ว่าต้องการให้เสร็จเมื่อใด รวมทั้งยังสามารถ Note หรือ คอมเม้นต์ในแต่ละการ์ดได้อีกด้วย)
  2. เมื่อทำการสอบถามข้อมูล ใบราคา เราสามารถเข้ามาอัพโหลดไฟล์ หรือ take note ในคอมเม้นท์ได้ เมื่อทราบข้อมูลทั้งข้อจำกัดของสถานที่ รวมถึงค่าใช้จ่ายแล้ว เราจะสามารถเลือกได้ว่าที่ไหนจะได้ไปต่อ หรือที่ไหนจะไม่ผ่านเกณฑ์ (อันไหนไม่ผ่านสามารถลากการ์ดนั้นไปยังคอลัมน์ Unqualified อันไหนผ่านเกณฑ์ก็ย้ายไปที่คอลัมน์ qualiflied เป็นต้น)

ซึ่งเราสามารถประยุกต์การวางแผน จัดงานแต่งงาน ของเราได้มากมาย หากอยากเรียนรู้เพิ่มเติมถึงฟีเจอร์อื่นๆ สามารถเข้าไปใช้งานได้ที่นี่

2. Googledrive

เหมาะสำหรับเป็นแหล่งเก็บรวบรวมของข้อมูล เอกสาร ไฟล์โลโก้ ต่างๆ ซึ่งสามารถแชร์ให้แก่แฟนของคุณ หรือ คนที่เกี่ยวข้องได้ นอกจากนี้ยังเข้าไปอัพเดต หรือ แก้ไขร่วมกันรวมถึงพร้อมกันได้ด้วย

(หมายเหตุ googledrive สามารถเข้าไปใช้งานได้ง่ายและฟรี เพียงแค่คุณมี gmail เท่านั้น) โดยสามารถเข้าไปสร้างไฟล์ต่างๆ ได้ เช่นไฟล์ค่าใช้จ่าย ไฟล์รายชื่อแขกร่วมงาน ไฟล์ไอเดีย หรือรูป referenceได้ โดยสามารถโหลดเป็นแอพพลิเคชั่นบนมือถือ อยู่นอกบ้านก็สามารถเปิดใช้งานได้)

ความเห็นของ Marrymatter คิดว่าเป็นเครื่องมือที่ดีมากๆ เปรียบเสมือนกระเป๋าวิเศษของโดเรมอน อยากจะเก็บไฟล์สำคัญอะไรก็มาเก็บในนี้ เวลาหาจะได้มาหาในนี้ทีเดียวเลย โดยว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวอาจจะสร้างโฟลเดอร์ “แต่งงาน” ขึ้นมา หลังจากนั้นหากได้รับไฟล์อะไร หรือจะสร้างไฟล์เกี่ยวกับงานแต่งงาน ก็มาอัพโหลดไว้ในนี้ ทีนี้ก็จะหมดปัญหางานไม่เดิน หรือรอกันไปรอกันมา (เช่น ไฟล์นี้อยู่ที่แฟน ต้องรอส่งไฟล์มาให้แล้วส่งถึงจะส่งต่อให้คนประสานงานอีก) หรือบางทีอาจจะเคยส่งไฟล์เข้าไลน์ไปแล้ว จะใช้อีกทีไฟล์ดันหมดอายุต้องไปหาไฟล์ต้นฉบับใหม่

ประเภทของไฟล์ที่สามารถจัดเก็บใน Googledrive ได้ เช่น

  • ไฟล์ทั่วไป
  • ไฟล์ ZIP
  • ไฟล์เสียง (MP3, MPEG, WAV เป็นต้น)
  • ไฟล์รูปภาพ (JPEG, PNG, GIF เป็นต้น)
  • ไฟล์วิดีโอ (WebM, MPEG4, MOV, AVI, เป็นต้น)
  • ไฟล์ Adobe
  • AI, Photoshop, PDF เป็นต้น
  • ไฟล์ Microsoft
  • Excel, PowerPoint, Word เป็นต้น
  • ไฟล์ Apple
  • ไฟล์เครื่องมือแก้ไข (key, numbers)

3. Canva

คือ แหล่งที่ใช้ในการสร้าง Artwork ต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ในการออกแบบการ์ดแต่งงาน หรือหากมีไอเดียเพิ่มเติม เช่น อยากออกแบบสติ๊กเกอร์ติดของชำร่วยก็สามารถทำได้ มีให้ใช้ทั้งใน Desktop และ Application ในมือถือ สามารถเข้าไปลองใช้งานได้ที่นี่

ใช้ canva

ข้อดี

  • สามารถอัพโหลด AI logo ของงานแต่งงาน หรือดาวน์โหลดฟ้อนต์ที่ต้องการ มาใช้จัดแต่ง Artwork ของเราได้
  • สามารถนำรูปที่ต้องการ ลงมาแต่งในโปรแกรมได้เลย เช่น รูปพรีเวดดิ้ง เป็นต้น
  • สามารถเลือกประเภทของ Artwork ที่เราอยากทำเช่น การ์ดแต่งงาน หรือ Facebook Cover ก็จะขึ้นมาเป็นไซส์มาตราฐานการ์ดให้เลย หรือหากอยากปรับขนาด Customize เองก็สามารถทำได้
  • สามารถเลือก Colour code ของงานแต่งงานเราได้
  • ใช้งานง่าย สามารถเลือกจากตัวอย่าง template ที่มีอยู่แล้วแล้วนำมาปรับแต่งต่อได้ โดยสามารถเลือกใช้สิ่งที่ Canva มีมาในโปรแกรมให้ เช่น รูปภาพ ตัวการ์ตูน ฟ้อนต์ เป็นต้น
  • มี Free version ให้ใช้ ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

ข้อเสีย

  • สามารถเซฟได้แค่ไฟล์ PDF, PNG, GIF ไม่สามารถนำส่งให้คนอื่นไปปรับแก้ต่อใน Photoshop ได้แต่รวมๆ แล้วค่อนข้างแนะนำตัวนี้ เนื่องจากใช้งานได้ง่ายและสวยงาม โดยว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว สามารถเข้าไปหาไอเดีย หรือลองดีไซน์การ์ด/อุปกรณ์งานแต่งต่างๆได้

4. Facebook Event

หลายคนอาจจะเคยถูกเชิญไปงานแต่งเพื่อน หรือคนรู้จัก โดยมีการส่งคำเชิญมาทาง Facebook event ซึ่งว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว สามารถเข้าไปสร้างเองได้ง่ายๆ โดยสามารถเลือกเชิญเพื่อนที่เราต้องการให้มาร่วมงานได้ อีกทั้งยังโพสต์ได้ทั้งรายละเอียดงาน รูปภาพ คลิปวีดีโอต่างๆ เหมือน Facebook ส่วนตัวทั่วไป โดยโพสต์ต่างๆ ก็จะส่งไปยังเพื่อนที่เราเชิญเท่านั้น

วัตถุประสงค์การใช้งาน แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

  1. ใช้เป็นอีก 1 ช่องทาง ในการอัพเดตเรื่องราว หรือ รายละเอียดของงานแต่งงาน
  2. ใช้เสมือนการส่งคำเชิญ หลายๆ คนใช้แทนการส่งการ์ด

ข้อดี

  • สามารถทราบจำนวนผู้ร่วมงานโดยประมาณ ดูได้จากจำนวนคนที่กด Going หรือ Maybe
  • เหมาะสำหรับการอัพเดตข้อมูลของงานแต่ง หรือ ภาพงานพรีเวดดิ้ง เมื่อว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวอยากจะโพสต์ จะได้อยู่แค่ในวงของคนที่เราตั้งใจจะเชิญให้มาร่วมงานเท่านั้น รวมทั้งยังสามารถ Reminder คนในวงว่าใกล้วันแล้ว อย่าลืมนะ!
  • ประหยัดค่าใช้จ่าย สะดวก และลดการใช้กระดาษจากการส่งการ์ดเชิญ

ข้อควรระวัง

ทั้งนี้ทั้งนั้น Marrymatter แนะนำว่าอาจจะเหมาะกับการเชิญคนรุ่นๆ เดียวกัน หรือเด็กกว่า เนื่องจากผู้ใหญ่อาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ตั้งใจจะชวนจริงๆ หรือดูไม่เหมาะสม เป็นต้น ดังนั้นสำหรับบางท่านอาจจะทำการเชิญใน Facebook แล้วค่อยส่งการ์ดตามไปก็น่าจะดีกว่า

5. Weddingwire

Weddingwire เป็นเวปไซต์เกี่ยวกับเรื่องแต่งงานของอเมริกา ซึ่งมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้เลือกใช้ แต่วันนี้ฟีเจอร์ที่ Marrymatter อยากจะหยิบมาแนะนำว่าที่เจ้าบ่าว -เจ้าสาว ที่ต้องการจะจัดงานแบบโต๊ะจีน หรือ จัดแบบ Sit-down dinner สไตล์ฝรั่ง นั้นก็คือ “Seating Chart” การวางแผนการจัดโต๊ะนั้นเอง ซึ่งถือเป็นเครื่องตัวช่วยที่น่าสนใจ และใช้งานง่ายมาก

การสร้างแพลนจัดโต๊ะงานแต่ง และระบุรายชื่อผู้ร่วมงาน

จัดโต๊ะงานแต่ง


ข้อดี

  • สามารถเลือกประเภทของโต๊ะได้ ว่าเป็นโต๊ะแบบกลม แบบยาว อีกทั้งยังสามารถระบุจำนวนที่นั่งในโต๊ะได้ พร้อมทั้งลากวางในตำแหน่งที่ต้องการวางของ Layout ได้
  • สามารถตั้งชื่อโต๊ะได้ เช่น โต๊ะ VIP1, โต๊ะญาติเจ้าสาว, โต๊ะเพื่อนเจ้าสาว เป็นต้น
  • สามารถระบุชื่อคนลงไปในที่นั่งได้
  • สามารถเข้ามาแก้ไข อัพเดต หลังจากนั้นก็สามารถดาวน์โหลดออกมาเป็น PDF ได้อีกด้วย
  • หากอยากลองเข้าไปเล่นก็สามารถเข้าไปสมัครได้ที่นี่ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

6. Coolors

เวลาเชิญคนไปงานแต่งงาน นอกจากคำถามว่าจัดวันไหน ที่ไหน แล้วอีกคำถามที่มักพบบ่อยคือ ‘ตีมงานสีอะไร’

หากคุณยังไม่รู้ว่างานแต่งงานของคุณจะเลือกตีมสีไหนดี เพราะสีนู้นก็คนใช้ไปเยอะแล้ว สีนี้ก็เพื่อนเพิ่งใช้ไป ลองไปหา inspiration ใน Pinterest แล้วเซฟรูปมาหา Color code ใน Coolors สิ บางทีอาจจะไม่ต้องเหมือนในแบบเป๊ะๆ แต่คุณอาจจะได้ไอเดียในการเลือกตีมสีสำหรับงานคุณ

ข้อดี

  • สามารถอัพโหลดรูป reference ที่ชอบ เข้าไปเพื่อหา Color code ได้ (ซึ่งเราก็สามารถคัดลอก Color code ไว้ใช้ในการสื่อสารกับคนที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าคุณอยากได้การ์ดสีชมพู แต่ไม่ระบุว่าเป็นชมพูแบบไหน ก็อาจจะทำให้เสียเวลาในการสื่อสาร กว่าจะได้สีในแบบที่คุณพอใจ แต่ถ้าคุณบอกว่าเป็นสีชมพูพร้อมบอก Color code ก็จะทำให้คุณไม่เสียเวลาเพราะความเข้าใจตรงกัน และได้การ์ดออกมาในแบบที่คุณต้องการนั้นเอง)
  • สามารถเลือกโทนสีในใจที่ชอบ โดยโปรแกรมจะแสดงผลสีดังกล่าว หลังจากนั้นเราสามารถเลือกขึ้นมาปรับแต่งโทนให้เข้มขึ้น หรือสว่างขึ้นได้
  • สามารถสร้างชุดสีของงานของคุณ เนื่องจากตีมสีไม่จำเป็นต้องมีสีเดียว อาจจะมีได้ทั้งสีหลัก และสีรอง โดยโปรแกรมจะแสดงผลสีต่างๆที่คุณเลือกมาเทียบกัน ซึ่งคุณก็สามารถเห็นภาพได้ชัดเจนว่าตีมสีหลักและสีรองเข้ากันได้ดีหรือไม่
  • ใช้งานได้ฟรีและใช้งานง่าย

ป.ล. สีที่ Pantone ได้ประกาศสีประจำปี 2019 ได้แก่ สี “Living Coral” ซึ่งเป็นโทนสีส้มพีช ซึ่งในปีที่ผ่านมา ก็เริ่มมีหลายงานที่สีโทนนี้เป็นตีมหลัก

ตัวอย่าง: ภาพบรรยากาศงานแต่ง ที่มีการใช้ตีมสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสี “Living Coral”

ตีมสีงานแต่ง

สรุป

จบไปแล้วสำหรับเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ ที่ Marrymatter ตั้งใจคัดมาให้คุณ เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ และช่วยให้ว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวทุกคน สามารถวางแผนการจัดงานแต่งงาน ได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และเป็นระบบมากขึ้นนะคะ หากใครอยากอัพเดตบทความเกี่ยวกับเรื่องชุดเพื่อนเจ้าสาวต่อ ก็สามารถอ่านต่อได้ที่นี่ สุดท้ายนี้อย่าลืมติดตามบทความดีๆ เกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน ที่ Marrymatter จะตั้งใจนำมาฝากคุณอีกนะคะ 🙂

3 thoughts on “จัดงานแต่งงานอย่างมือโปร ด้วยเครื่องมือออนไลน์”

  1. Pingback: รวมเทคนิคการจัดงานแต่งงานแบบประหยัด - Marry Matter

  2. Pingback: แฟนมาขอแต่งงาน! เตรียมงานแต่ง จะต้องทำอย่างไรบ้างนะ? - Marry Matter

  3. Pingback: ไอเดียงานแต่งงาน ชิคๆ เก๋ๆ สำหรับว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวยุคใหม่ - Marry Matter

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top