แฟนมาขอแต่งงาน! เตรียมงานแต่ง จะต้องทำอย่างไรบ้างนะ?

แฟนมาขอแต่งงาน

การแต่งงานถือเป็นเรื่องใหญ่ของใครหลายคน ดังนั้นเราจะมาดูว่าหลังจากที่คุณและแฟนของคุณตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันจะต้องเตรียมอะไรกันบ้าง?

ซึ่งคุณอาจเองจะเคยได้ยินหลายๆ คนที่เคยมีประสบการณ์การในการแต่งงาน ต่างบอกกันว่าช่วงการเตรียมงานแต่งนี้ เป็นการพิสูจน์ความรักของคนทั้งสองก่อนใช้ชีวิตร่วมกันเป็นอย่างดี เนื่องจากอาจจะมีปัญหาต่างๆเข้ามาบ้าง เช่น ปัจจัยเรื่องครอบครัว ความกดดันจากเรื่องเวลา หรือความต้องการที่อาจจะไม่เหมือนกัน เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม Marrymatter ก็ไม่อยากให้คุณเครียดไปก่อน เพราะเราเชื่อว่าหากคุณมีการเตรียมการที่ดี อะไรๆก็ไม่น่ายากอย่างที่คิด รับรองว่าหลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จะทำให้คุณเห็นภาพงานแต่งงานของคุณมากขึ้น และพร้อมที่จะเตรียมงานแต่งของคุณได้อย่างสนุกสนานแน่นอน

1. เริ่มที่คุยกันถึงรายละเอียดและข้อจำกัดของครอบครัวอีกฝ่าย

แนะนำให้เจ้าบ่าว – เจ้าสาวคุยกันเองก่อน ว่าอยากได้งานประมาณไหน สำคัญคือเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องตกลงกันให้ได้ก่อน หลังจากนั้นค่อยคิดต่อว่าทางบ้านจะโอเคกับงานที่เราอยากได้หรือไม่ โดยเริ่มคุยรายละเอียดกับผู้ใหญ่ที่บ้านทั้ง 2 ฝ่าย

(**แนะนำให้แต่ละฝ่ายเริ่มเก็บข้อมูลจากทางบ้านตัวเองกันได้มากที่สุด เพราะถ้าให้อีกฝ่ายไปเรียบเรียงเคียงถามก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ ลองเกริ่นถามเกี่ยวกับรายละเอียดที่สำคัญ เช่น แนวทางการจัดงาน สถานที่ จัดงานกี่วัน ฤกษ์วันจัดงาน สินสอดทองหมั้น เป็นต้น  พยายามลองเก็บข้อมูลมาให้ได้ว่าเรื่องไหนที่ท่านซีเรียส หรือเรื่องไหนที่ไม่ซีเรียส มีก็ได้ไม่มีก็ไม่เป็นไร แค่ nice to have ก็พอ)

หลังจากได้ข้อมูลก็มาแชร์กัน ดูว่าเป็นไปตามที่เราอยากได้หรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามความต้องการของคุณทั้งคู่ แนะนำว่าให้ลองคุยกับผู้ใหญ่ก่อนโดยลองให้หาวิธีโน้มน้าวผู้ใหญ่ของทั้งสองฝั่ง เพื่อหาจุดตรงกลางให้ได้มากที่สุด

2. กำหนด Budget

ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมาก เนื่องจากการแต่งงานเป็นอะไรที่ถ้าไม่ควบคุมดีดี เงินของคุณจะไหลไปกับสายน้ำ เพราะคำว่า “อันนู้นก็ดี อันนี้ก็ต้องมี” ดังนั้นเพื่อให้การใช้จ่ายในวันแต่งงานของคุณอยู่ใน Budget ที่กำหนด โดยลองกำหนด Budget ที่คุณคาดว่าจะใช้มาเป็นเลขกลมๆ แล้วลองจัดสรรลงในส่วนต่างๆเป็นค่าใช้จ่ายประมาณการ เช่น ค่าแต่งกาย ค่าสถานที่ ค่าตกแต่ง หรือค่าอาหาร เป็นต้น

ทำใน Excel แล้วใส่ใน Google drive พร้อมทั้งแชร์ให้แฟนของคุณ เวลามีค่าใช้จ่ายอะไร ประเภทอะไร คุณและแฟนของคุณก็สามารถดูและบันทึกร่วมกันได้ จะได้รู้ว่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่แล้ว

นอกจากนี้ลองคิดว่างานของคุณอยากให้ความสำคัญกับส่วนไหนเป็นพิเศษไหม เช่น บางคนอาจจะให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารมากเนื่องจากแขกผู้ใหญ่เยอะ หรือให้ความสำคัญกับสถานที่จัดงานเนื่องจากเป็นหน้าเป็นตาของที่บ้าน เป็นต้น

สำคัญสุดๆ คือคุยกับแฟนให้เรียบร้อยเรื่องรายละเอียดค่าใช้จ่ายว่า ใครดูแลค่าใช้จ่ายส่วนไหน จะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง

(**ป.ล. อย่าลืมกันเงินสำรองเผื่อบางอย่างที่อาจจะไม่เป็นไปตามแผนด้วยนะ)

3. คำนวณแขกคร่าวๆ

เนื่องจากสถานที่แต่ละที่มีปริมาณจุคนได้ไม่เท่ากัน ดังนั้นอาจจะลองรวมแขกของฝั่งเจ้าบ่าว – เจ้าสาว และแขกของพ่อ – แม่ ทั้งสองฝั่ง เพื่อที่จะได้พอเห็นภาพปริมาณแขก จึงจะสามารถเลือกไซส์ของโรงแรมได้เหมาะสม

(**โดยอาจจะลองลิสต์รายชื่อแขกใน Excel แล้วแบ่งประเภทแขกกำกับไว้ เช่น เพื่อน ญาติ เพื่อนของพ่อแม่ เพื่อที่จะได้พอทราบถึงจำนวนผู้ติดตาม โดยจำนวนของเพื่อนให้คูณด้วย 1.5 จำนวนญาติให้คูณด้วย 3 จำนวนเพื่อนของพ่อแม่ให้คูณด้วย 2 แล้วนำจำนวนทั้งหมดมารวมกัน แล้วหักออก 25 % เช่น รวมได้ 400 หักออก 25% ก็จะได้จำนวนแขกราวๆ 300 คน เป็นต้น นอกจากนี้อาจจะใส่ช่องความน่าจะเป็นในการมาร่วมงาน เช่น มาแน่นอน อาจจะมา หรือ ไม่มาแน่ๆ แล้วลองดูปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย เช่น สถานที่จัดงานว่ามาสะดวกหรือไม่ เป็นหน้าฝนหรือเปล่า หรือเป็นช่วงวันหยุดยาวหรือไม่ เพื่อเป็นปัจจัยในการคาดการณ์จำนวนแขกให้ใกล้เคียงมากขึ้น)

4. หาสถานที่

อยากกระซิบบอกว่าถ้าสามารถเลือกสถานที่ได้ ก็เหมือนว่าการเตรียมงานแต่งของคุณบรรลุไปกว่า 50% แล้ว ดังนั้นเมื่อทราบจำนวนแขกคร่าวๆ ให้ลองลิสต์โรงแรมที่สนใจและสามารถบรรจุผู้ร่วมงานที่เราคำนวณไว้ แล้วรีบโทรไปเช็ควันว่ายังว่างหรือไม่ ตามฤกษ์ที่เรามี (เนื่องจากหากเป็นวันที่ฤกษ์ดีก็มักจะมีการจองข้ามปีเกิดขึ้น) พร้อมสอบถามค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ (Minimum spending) เพื่อที่เราจะสามารถเลือกโรงแรมที่น่าจะใกล้เคียงกับความต้องการและตามงบประมาณมากที่สุด

(** อย่าลืมเชคกับที่จัดสถานที่ด้วยว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนไหนเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า เช่น ถ้าจะนำซุ้มอาหารเข้าเพิ่มมีค่านำเข้าหรือไม่ หรือ ถ้าจะจัดแบคดรอปเพิ่มโดยไม่ได้ใช้บริการของที่สถานที่จัดเตรียมจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ เป็นต้น)

หลังจากนั้นให้รีบเข้าไปดูสถานที่จริง เพื่อที่คุณจะเห็นภาพงานแต่งและแนวทางการจัดเลี้ยงได้ ถ้าถูกใจแล้วแนะนำให้จองเลย (ก่อนจองแนะนำให้พูดคุยรายละเอียดให้ดี หากอยากต่อรองกับเซลส์ให้ต่อรองช่วงนี้ให้เรียบร้อย เนื่องจากเมื่อจองแล้วอำนาจในการต่องรองของคุณอาจจะน้อยลง ที่สำคัญอย่าลืมอ่านสัญญาพร้อมข้อตกลงกันให้ละเอียด อันไหนงงไม่เข้าใจ ให้ถามเซลส์ก่อนเซ็นต์จะได้ไม่มีปัญหากันทีหลัง)

5. หาช่างแต่งหน้า – ช่างทำผม

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าสาว นั้นคือวันนั้นจะต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงาน ดังนั้นการเนรมิตให้เป็นเจ้าสาวแสนสวยในแบบจินตนาการ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของช่างแต่งหน้า – ช่างผม จึงอยากให้สาวๆให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ จะได้ไม่นอยทีหลัง ซึ่งราคาก็มีหลากหลายช่วง (หลักพัน – หลักครึ่งแสน)ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์

โดยสาวๆ สามารถหาข้อมูลและแนวการแต่งหน้าที่ตัวเองชื่นชอบจากเพื่อนๆ ที่เคยแต่งงาน หรือ อีกช่องทางหนึ่งที่เป็นแหล่งรวมของช่างหน้า – ช่างผมมากมายนั้น คือ “Instagram” (IG) โดยหากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มหาจาก Account ไหน อาจจะเริ่มหาจาก Hashtag ต่างๆ เช่น #ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว #แต่งหน้าเจ้าสาว หรือ Tag จากสถานที่ เช่น โรงแรมดังๆที่คนนิยมแต่งงาน เนื่องจากช่างหน้าช่างผมเหล่านี้ เมื่อแต่งหน้าเจ้าสาวเสร็จ ก็มักจะถ่ายภาพเก็บเป็นพอร์ตส่วนตัวแล้ว Tag โรงแรมต่างๆ นั้นเอง

เมื่อสาวๆได้วันแล้ว อย่าลืมรีบเชคคิวและราคากับช่าง เนื่องจากช่างบางคนก็คิวแน่นมาก ถูกใจผลงานคนไหนควรรีบติดต่อแล้วทำการจอง(ราคาจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ปี)

6. คุยกันเรื่องตีมงานและตีมสี

ก่อนเตรียมงานแต่งจริงๆ เพื่อให้ภาพรวมของงานออกมาให้ทิศทางเดียวกัน เราควรกำหนดตีมงานและตีมสีเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในรายละเอียดอื่นๆ โดยเมื่อได้ตีมและสีของงานแล้วก็ควรคิดโลโก้งาน และ ฟ้อนต์ชื่อเป็นแบบ AI file รวมถึงกำหนด Color Code ด้วย (ลองไปหาไอเดียสีใน https://www.pantone.com/ หรือ https://coolors.co/ โดยคุณสามารถเสิร์ชโทนสีที่คุณต้องการ หรืออัพรูปที่คุณชอบจาก Pinterest เพื่อหา Color Codeได้)

สาเหตุที่คุณควรจะเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้เพราะว่าจะทำให้คุณทำงานหรือประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ได้ง่ายและไม่เสียเวลา

ในระยะนี้คุณอาจจะหาคนที่มาช่วยคุณออกแบบตีมไม่ว่าจะเป็น การจ้าง Graphic Designer Decorator หรือ Wedding Planner (Decorator ต่างกับ Wedding Planner ตรงที่จะทำแค่ดูแลการตกแต่งหรืออาจจะเพิ่มบริการการรันคิวให้ แต่ Wedding Planner จะเป็นจัดการประสานงานให้คุณทุกอย่าง หา source ต่างๆ มาเสนอให้คุณ หากใครมีงบแต่ไม่มีเวลา หรือประสานงานไม่เก่งแนะนำให้ใช้ Wedding Planner ก็จะช่วยให้การเตรียมงานแต่งและให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น)

7. หาช่างภาพ วีดีโอ และ/หรือ พรีเวดดิ้ง

การเก็บความทรงจำในวันพิเศษของคุณก็เป็นสิ่งสำคัญ  อยากให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวคุยกันก่อน ลองดูพอร์ตของช่างภาพต่างๆ ทั้งในเพจ Facebook หรือ Instagram เนื่องจากแต่ละที่ก็จะมี Mood and Tone ที่ต่างกัน มีทั้งแบบฟุ้งๆ อาร์ตๆ สีจาง แบบธรรมชาติๆ ต้องลองเลือกว่าเราจะชอบสไตล์แบบไหน โดยราคาจะคิดเป็นรอบ เช่น ถ้ามีงานเช้าและเย็นก็จะคิดราคาเป็นสองรอบเป็นต้น (โดยราคาต่อรอบ มีเริ่มต้นตั้งแต่หลักพัน – หลักหลายหมื่น)

นอกจากนี้เราสามารถขอจ้างช่างกล้องเพิ่ม 2-3คน เพื่อถ่ายภาพแคนดิด หรือเก็บมุมบรรยากาศในงานต่างๆ เนื่องจากกล้องหลักจะแสตนบายอยู่กับเจ้าบ่าว – เจ้าสาว หรือหน้าแบคดรอปเป็นหลักนั้นเอง

ซึ่งหากคุณอาจจะอยากเก็บภาพความประทับใจแบบเป็นภาพเคลื่อนไหว ก็อาจจะเพิ่มบริการ Cinematography ก็จะเป็นลักษณะของการถ่ายวีดีโอในงานแล้วเลือกตอนพิเศษๆคัดออกมา ประมาณ 5 นาที เช่น นำช่วงงานเช้ามาเปิดในงานเย็นให้คนที่ไม่ได้มาร่วมงานเช้าได้รับชมภาพบรรยากาศ หรือจะเก็บไว้ดูเป็นที่ระลึกก็ได้

ในขณะที่พรีเวดดิ้ง ก็จะมีหลายแบบ เช่น

  • พรีเวดดิ้งในสตูดิโอ โดยแบบสตูดิโอก็มีให้เลือกหลายแนวไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบพื้นเรียบๆเก๋ๆ สไตล์มินิมอล ดูกี่ปีก็ไม่เบื่อ หรือ แบบ  เช่าสตูดิโอถ่ายในมุมต่างๆ ก็จะมีฉากมีตีมมากมายให้เลือก
พรีเวดดิ้ง สตูดิโอ
  • พรีเวดดิ้งแบบ Outdoor หรือสายสตรีท ก็จะได้แสงธรรมชาติ ได้บรรยากาศแบบเรียลๆ แต่ก็อาจจะเหนื่อยนิดหน่อย เนื่องจากการเดินทาง   และสภาพอากาศ

โดยการถ่ายพรีเวดดิ้งมีทั้งแบบที่เป็นแพคเกจ และ พรีเวดดิ้งแบบจัดการเอง

  • พรีเวดดิ้งแบบแพคเกจ คือ รวมชุดเจ้าบ่าว เจ้าสาว แต่งหน้า สตูดิโอ พร้อมช่างถ่ายภาพเลย โดยเจ้าบ่าว – เจ้าสาวก็สามารถเลือกรูปตามแพคเกจที่ซื้อได้ แบบนี้ค่อนข้างสะดวกแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะค่อนข้างสูง เนื่องจากถ้าอยากได้รูปเพิ่มก็อาจจะต้องเสียเงินซื้อรูปเพิ่ม
  • พรีเวดดิ้งแบบจัดการเอง จะเป็นในลักษณะ เจ้าบ่าว – เจ้าสาว หาช่างภาพที่ถูกใจเอง จัดการเช่าสตูดิโอ หรือจะถ่าย Outdoor ก็ได้ อยาก  ใส่ชุดแบบไหน ตีมแบบไหนก็หามาใส่เองได้เลย อาจจะยุ่งยากเล็กน้อยแต่คุณจะได้ภาพทั้งหมดที่ถ่ายไปแล้วค่อยคัดภาพที่ชอบส่งให้ช่าง ภาพแต่งให้ (กี่ภาพก็แล้วแต่ตามตกลงกัน)

เมื่อได้ช่างที่สนใจแล้วก็รีบติดต่อสอบถามรายละเอียด และราคาแล้วก็จองกันตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะ

8. ชุดแต่งงาน

ชุดแต่งงานเป็นงานละเอียดอ่อน โดยกว่าจะหาแบบที่ถูกใจได้ ก็อาจจะต้องเสียเวลาหาร้าน หาแบบ วนไปหลายร้านอยู่ ดังนั้นแนะนำให้ลองดูแบบชุดที่อยากได้ แล้วสอบถามที่ร้านเกี่ยวกับราคาและรายละเอียดก่อนไปลองจริง จะได้ไม่ต้องเกรงใจเวลาไปลองที่ร้านแล้วปฏิเสธ เนื่องจากบางร้านอาจจะมีค่าลองชุดด้วย

โดยในปัจจุบันชุดแต่งงานทั้ง เจ้าบ่าว เจ้าสาวมีหลายประเภท ได้แก่

  • แบบตัด  เราสามารถออกแบบชุดร่วมกับร้าน และชุดเป็นขนาดและไซส์ของเราจริงๆ เสร็จแล้วก็สามารถเก็บชุดเป็นที่ระลึกความทรงจำได้
  • แบบเช่าตัด (แบบนี้จะคล้ายๆแบบตัดคือตัดตามไซส์ของเจ้าสาวและแบบที่ชอบ แต่ต่างกันที่เมื่อใช้เสร็จเราจะต้องคืนร้านให้เค้าไปปล่อยเช่าให้คนอื่นต่อ)
  • แบบเช่า (แบบนี้เป็นชุดที่ทางร้านดีไซน์ไว้อยู่แล้ว แต่สามารถปรับขนาดเพื่อให้เป็นขนาดพอดีตัวเราได้)

9. การ์ด ของชำร่วย

โดยส่วนใหญ่ร้านการ์ดจะมีแบบให้เลือกค่อนข้างเยอะ โดยเราสามารถเลือกจากแบบที่ร้านที่มีแล้วมาแก้รายละเอียด หรือสีเพิ่มเติมได้ ซึ่งราคาก็มีหลากหลาย (ที่เคยเห็นถูกสุดก็เริ่มจาก 2 บาท ไปจนหลักร้อยเลยก็มี) ขึ้นอยู่กับกระดาษ ความยากง่าย ปั้มนูน การปริ้นสีพิเศษ การปริ้นฟอย รวมถึงจำนวนการพิมพ์ เป็นต้น

สำหรับคู่ที่ไม่ค่อยมีเวลาหรืออยากจบในร้านเดียว แนะนำให้ลองถามรายละเอียดของร้านให้ดีเนื่องจากบางร้านอาจจะรับพิมพ์การ์ดอย่างเดียว ไม่รวมพิมพ์ชื่อบนหน้าซอง

(**โดยชื่อในการพิมพ์บนซอง เราอาจใช้ประโยชน์จากตอนรายชื่อคำนวณแขกในไฟล์ Excel เลย)

สรุป

จบไปแล้ว สำหรับขั้นตอนหลักๆ ของการเตรียมงานแต่ง ไม่ว่าจะเป็น การคำนวณแขกร่วมงาน การเตรียมสถานที่ การเตรียมรายละเอียดต่างๆ ของงานแต่ง Marrymatter แนะนำว่ายิ่งมีเวลาเตรียมมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะงานแต่งไม่ใช่เรื่องที่มีวันจบ คุณจะทำไปได้เรื่อยๆจนถึงวันงานจริง ดังนั้นขอให้คุณมีสติ ไม่ต้องเครียดมาก อย่าเพิ่งกลัวการเตรียมงานแต่งไปก่อน สู้ๆ นะ Marrymatter เอาใจช่วย ซึ่งถ้าอยากได้ตัวช่วยดีๆ ที่จะทำให้เรื่องการเตรียมงานแต่งเป็นเรื่องง่าย ก็เข้าไปอ่านต่อที่นี่ได้เลย 🙂

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top