ดูฤกษ์แต่งงาน ปี 2563 วันไหนบ้างเป็นวันมงคล

แม้ในปัจจุบันชีวิตของเราจะเข้าสู่ยุคดิจิทัลกันแล้ว ไม่ว่าจะคุย สั่งอาหาร หรือเรียกรถก็ผ่านแอปพลิเคชั่นทั้งสิ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้ นั้นก็คือความเชื่อในเรื่องของฤกษ์งามกันนั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าวันแต่งงานเป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญของชีวิต เนื่องจากเป็นการเริ่มต้นของชีวิตคู่ จึงจำเป็นต้องดูฤกษ์แต่งงานว่าวันไหนจะเป็นสิริมงคล เพื่อให้เจ้าบ่าว – เจ้าสาว และญาติผู้ใหญ่ได้อุ่นใจ อาจจะด้วยความเชื่อที่ว่า ฤกษ์ที่ดีจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่ทำให้มีชีวิตคู่ที่ราบรื่นและยาวนานนั้นเอง

ดังนั้นวันนี้ Marrymatter จะขอมารวบรวมฤกษ์แต่งงานดีๆ ของปี 2563 พร้อมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ให้ว่าที่เจ้าบ่าว – เจ้าสาว ใช้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกวันแต่งงานของคุณได้สะดวกมากขึ้นค่ะ

ถ้าพร้อมแล้วไปดูฤกษ์แต่งงานในเดือนต่างๆ ของปี 2563 ที่เราไฮไลท์มาให้คุณแล้วกันได้เลย

1. มกราคม

  • มกราคม หรือ เดือนสองของไทย ก็เป็นเดือนที่มีคนนิยมแต่งงานกันมาก ตามความเชื่อเรื่องการจัดงานแต่งงานในเดือนคู่ของไทย โดยสิ่งที่ควรคำนึงถึงการจัดงานแต่งงานในเดือนมกราคม นั้นคือเป็นช่วงต้นปี หรือ ช่วงปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลหยุดยาว ที่คนนิยมไปเที่ยวหรือไปต่างจังหวัดกันเยอะนั้นเอง

2. กุมภาพันธ์

  • กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก โดยปีนี้เป็นปีที่ กุมภาพันธ์มี 29 วัน ซึ่งจะเวียนมาทุกๆ 4 ปี โดยในปีนี้ถือเป็นวันฤกษ์ดี อีกทั้งยังตรงกับวันเสาร์อีกด้วย แต่สำหรับคนที่อยากจะฉลอง Anniversary ทุกๆ ปีกับแฟน Marrymatter ก็ไม่แนะนำให้เลือกวันนี้ เพราะต้องรออีก 4 ปีหน้า ถึงจะได้ฉลองวันจริงกันเลยทีเดียว

3. มีนาคม

  • มีนาคม 2563 ถือว่าตรงกับช่วงเดือนสี่ของไทย ซึ่งตามฤกษ์ของคนไทยมักนิยมจัดงานแต่งงานในช่วงเดือนคู่ เพราะเชื่อว่าจะเป็นมงคลต่อการเริ่มต้นในการใช้ชีวิตคู่นั้นเอง

4. เมษายน

  • เมษายน เป็นเดือนที่มีคนแต่งงานค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นเดือนที่มีอากาศร้อน รวมทั้งเป็นเดือนที่มีเทศกาลวันหยุดยาว อย่างวันสงกรานต์ ซึ่ง ได้แก่วันที่ 13-15 เมษายน ซึ่งหากดูในปฏิทินปี 2563 จะเห็นว่าหากหยุดอีกไม่กี่วันก็ได้เสาร์ – อาทิตย์ ไปด้วย ดังนั้นว่าที่เจ้าบ่าว – เจ้าสาว ควรหลีกเลี่ยงวันที่ 11-19 เมษายน 2563 ออกไปนั้นเอง

5. พฤษภาคม

  • พฤษภาคม เป็นเดือนลูกผสม คือ เริ่มเปลี่ยนถ่ายจากหน้าร้อนเข้าสู่หน้าฝน ดังนั้นอาจจะต้องคำนึงถึงกิจกรรมและสถานที่ ในการจัดงาน ซึ่งช่วงวันหยุดเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ควรหลีกเลี่ยง คือ ช่วงต้นเดือน เนื่องจากมีวันหยุดที่อยู่ติดกันหลายวัน ได้แก่ วันแรงงาน (1 พฤษภาคม), วันฉัตรมงคล (4 พฤษภาคม), วันวิสาขบูชา (6 พฤษภาคม) นั้นเอง

6. มิถุนายน

  • มิถุนายน เป็นเดือนแห่งหน้าฝน ดังนั้นหากได้ฤกษ์ในช่วงเดือนนี้ ควรมองหาสถานที่จัดงานแบบ In door เนื่องจากจะช่วยลดความกังวลของเจ้าบ่าว – เจ้าสาว ออกไปได้ ไม่ต้องลงทุนเสี่ยงไปปักตะไคร้กัน

7. กรกฎาคม

  • ผ่านพ้นช่วงกลางปีมา เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเดือนกรกฎาคมก็ยังเป็นช่วงหน้าฝน รวมทั้งยังเป็นเดือนที่มีวันหยุดค่อนข้างเยอะในช่วงต้นเดือน ได้แก่ วันอาสาฬบูชา ( 4 กรกฎาคม), วันเข้าพรรษา (5 กรกฎาคม), วันหยุดชดเชยอาสาฬบูชา ( 6 กรกฎาคม), วันหยุดชดเชยเข้าพรรษา (7 กรกฎาคม ซึ่งหยุดเป็นบางแห่ง)นั้นเอง

8. สิงหาคม

  • สิงหาคม เดือนที่ทุกคนจะนึกถึงวันแม่ ดังนั้นเดือนนี้จะเป็นเดือนที่หลายคนกลับบ้านต่างจังหวัด หรือออกไปเที่ยวกับครอบครัวช่วงวันแม่ ดังนั้นอาจจะลองหลีกเลี่ยงช่วงนั้นดู

9. กันยายน

  • กันยายน ก็เป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีคนแต่งงานกันเยอะ เพราะถือเคล็ด เนื่องจากกันยายน เป็นเดือนเก้าของปี ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ก้าว หรือ ก้าวหน้านั้นเอง

10. ตุลาคม

  • เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งช่วงนี้งานแต่งงานจะกลับมาคึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงหมดหน้าฝน เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ดังนั้นหากเล็งวันได้แล้ว อย่าลืมรีบโทรเชคเรื่องสถานที่ และช่างต่างๆ กันด้วยน๊า

11. พฤศจิกายน

  • ฤกษ์ปลายปี ได้แก่ พฤศจิกายน เป็นเดือนที่คนนิยมไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะมาก ใครจะจัดช่วงนี้ก็อาจจะต้องเผื่อใจหน่อยว่าเพื่อนๆอาจจะมากันได้ไม่ครบ นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นช่วง High Season ของเทศกาลแต่งงานด้วย โรงแรมบางโรงแรมต้องจองกันข้ามปีก็มี ดังนั้นใครได้ฤกษ์ช่วงนี้ Marrymatter แนะนำให้จองกันยาวๆ ไปตั้งแต่ตอนนี้เลยนะ

12. ธันวาคม

  • ธันวาคม เป็นอีกหนึ่งเดือนที่นอกจากจะมีงานแต่งเยอะแล้ว ยังมีวันหยุดเทศกาลเยอะมากด้วย ดังนั้นอาจจะต้องคำนึงว่าเพื่อนๆ หรือแขก อาจจะไม่ค่อยว่างกัน ลองหลีกเลี่ยงช่วงใกล้วันเทศกาล เช่นวันพ่อ หรือ วันรัฐธรรมนูญ ที่ปีนี้มีโอกาสที่คนจะหยุดยาว (10-13 ธันวาคม 2563) เป็นต้น

TIPS

  • ถ้าหากได้ฤกษ์แล้วไม่ใช่วันเสาร์ อาทิตย์ เจ้าบ่าว – เจ้าสาว ก็อย่าเพิ่งนอยกัน เพราะงานส่วนใหญ่ที่ต้องจัดตามฤกษ์ที่ ทางผู้ใหญ่จะค่อนข้างซีเรียส ได้แก่ งานช่วงพิธีการ เช่น การหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ การยกขันหมาก งานยกน้ำชา หรือ พิธีรับตัว-ส่งตัว ดังนั้น เราสามารถจะแยกวันฉลองออกมาเป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ได้กันตามสะดวก ซึ่งก็มีข้อดีคือจะไม่ทำให้ เจ้าบ่าว-เจ้าสาว เหนื่อย เครียด หรือ กดดันจนเกินไป
  • ลองหลีกเลี่ยงการแต่งงานช่วง High Season ออกไป เพราะอาจจะทำให้คุณได้รับข้อเสนอที่ดีกว่า อีกทั้งยังสามารถมีอำนาจในการต่อรองได้อย่างแน่นอน

สรุป

จะเห็นได้ว่าการดูฤกษ์แต่งงานนั้นสำคัญต่อการเริ่มต้นชีวิตคู่ แต่ชีวิตหลังจากการแต่งงานนั้นอีกสิ่งที่สำคัญกว่า คือการดูแลเอาใจใส่ มีความเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อสามารถประคับประคองให้ชีวิตคู่นั้นมีความสุขและราบรื่นนั้นเอง เอาล่ะถ้าได้ฤกษ์เรียบร้อยแล้ว ว่าที่เจ้าบ่าว – เจ้าสาว ก็สามารถมาอัพเดตวิธีการเตรียมงานแต่งกันต่อได้เลยที่นี่ค่ะ 🙂

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top